วิธีชีวิตชาวแพ ลุ่มแม่น้ำสะแกกรัง

วิถีความเป็นอยู่ของชุมชนเรือนแพ ก็เหมือนกับชุมชนทั่วไป มีผู้นำชุมชนก็คือแพผู้ใหญ่ ซึ่งองค์ประกอบก็คล้ายคลึงกับชุมชนบนบก ส่วนอาชีพของชาวเรือนแพ ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำการประมงน้ำจืด โดยการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งก็มีทั้งปลาสวาย ปลาแรด ปลาเทโพ โดยเฉพาะปลาแรดที่เลี้ยงในกระชังของที่นี่ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องเนื้อนุ่ม หวาน อร่อยกว่าที่อื่นๆ
นอกจากจะเลี้ยงปลาในกระชังแล้ว ชาวเรือนแพก็ยังจับปลาจากในลำน้ำสะแกกรังหรือแหล่งน้ำอื่นๆ มาทำเป็นปลาแห้ง ปลาเค็ม แล้วนำไปขายในตลาด เพื่อเป็นรายได้ให้กับครอบครัว ซึ่งส่วนหนึ่งของรายได้เหล่านั้นก็ต้องนำไปซื้อลูกบวบมาซ่อมแซมแพ เพื่อให้ยังคงลอยอยู่ได้
นอกจากนี้ในบางพื้นที่ยังมีการปลูกใบเตยไว้ขาย แล้วสำหรับบางคนก็ออกไปหางานทำหรือรับจ้างทำงานจากข้างนอก เพราะในปัจจุบันแม่น้ำน้ำเกิดภาวะแล้งหนักทำให้อาชีพเลี้ยงปลาหรือจับปลาทำได้ลำบากมากขึ้น

ปัญหาและอุปสรรคในการอยู่แพ
ในช่วงหน้าแล้งหรือฤดูร้อนน้ำจะแห้งทำให้เกิดความลำบาก และปัญหาในการอยู่แพคือต้องดูแลแพของ ตนไม่ให้เสื่อมสภาพ เรือนแพที่นี่มีเลขที่บ้าน และทะเบียนบ้านรับรองการอยู่อาศัยถูกต้องตามกฎหมาย ในสมัยก่อนมีบ้านเรือนแพอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ในทุกวันนี้มีจำนวนเรือนแพลดน้อยลงไปเรื่อยๆ ก็มาจากปัญหาหลายๆ อย่าง ส่วนหนึ่งก็เพราะยากต่อการดูแลรักษา เนื่องจากปัญหาน้ำท่วม ระดับน้ำที่มีการขึ้นลงอาจจะทำให้ลูกบวบใต้เรือนแพเสียหายได้ ประกอบกับที่ตัวเรือนแพเองก็ทรุดโทรมลงไปตามกาลเวลา ทำให้ชาวเรือนแพต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการซื้ออุปกรณ์มาซ่อมแซมให้ยังคงสภาพอยู่ได้ และปัจจุบันทางการไม่อนุญาตให้มีการออกทะเบียนบ้านให้เรือนแพที่สร้างใหม่แล้ว
ในส่วนของวัสดุที่เป็นไม้ ที่นำมาสร้างและซ่อมแซมเรือนแพก็มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเรียกได้ว่า ค่าใช้จ่ายในการใช้ชีวิตอยู่บนเรือนแพนั้นแพงกว่าที่จะขึ้นไปใช้ชีวิตอยู่บนบกเสียอีก นั่นก็เป็นส่วนที่ทำให้ชาวเรือนแพย้ายขึ้นไปอยู่บนบกกันเสียมาก และยังประกอบกับการคุมกำเนิดเรือนแพ ไม่ให้มีการสร้างเพิ่มเติม
ปัญหาทั้งหมดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสูญของชุมชนเรือนแพที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งในอนาคตอาจจะไม่มีเหลือให้คนรุ่นหลังสัมผัสอีกแล้วก็เป็นได้
และเมื่อถึงวันนั้น บรรยากาศอดีตแห่งลุ่มน้ำสะแกกรังแบบ ...เรือนแพ สุขจริงอิงกระแส...อาจจะกลายเป็นตำนาน



วิถีชีวิตของคนไทยตั้งแต่ดั้งเดิม ล้วนมีความสัมพันธ์กับสายน้ำอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นการดำรงชีวิต การสัญจรทางเรือและการประกอบอาชีพ เช่นเดียวกับสมาชิกชุมชนชาวแพจังหวัดอุทัยธานีที่ใช้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำสะแกกรังในการประกอบอาชีพกันทุกครัวเรือน เรือนแพบนสายน้ำเส้นนี้ต่างก็ยึดอาชีพปลูกเตยหอม และเลี้ยงปลาในกระชังกันเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะปลาแรดดด ที่สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดอุทัยธานีเป็นอย่างมาก

คุณศรีวิภา วิบูลย์รัตน์ กล่าว อาชีพย่างปลา ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาช่อน ทำเตยไว้เพื่อขาย นำไปทำดอกไม้บ้าง ใบบ้าง ที่เค้าเอาไปทำขนม
เลี้ยงปลาด้วยอาหารเม็ด ผักบุ้ง เวลาไม่สบายก็ให้ยา เป็นธรรมชาติของมัน ใช้ชีวิตอยู่แพมันสบาย พอกิน พอใช้ ไม่เดือดร้อน ไม่ต้องไปกู้หหนี้ยืมสินใครเขา อยู่ได้

  • ที่ตั้ง : Uthai Thani, Thailand
  • เว็บไซต์ : http://www.nsru.ac.th/ksru/web_data/Life_raft_SakaeKrangRiver/live.html
  • ประกาศโดย : GuideTH Natt
  • อื่นๆ

    5
  • สวนสองทะเล
  • Songkhla, Thailand
  • 10
  • พระธาตุบังพวน
  • Nong Khai, Thailand
  • 8
  • สวนสัตว์นครราชสีมา หรือ สวนสัตว์โคราช...
  • Nakhonratchasima, Thailand